[Report] Ono Yuki 1st Live – Party Man~Final Party

ไปไลฟ์ที่ญี่ปุ่นมาอีกแล้วค่ะ ขอเกริ่นนำสักนิด ใครสนใจรีพอร์ทในไลฟ์ข้ามไปอ่านหลังเส้นคั่นได้เลยค่า

คือเราวางแผนจะไปญี่ปุ่นและจองตั๋ว จองที่พักแล้ว ซึ่งตามแผนเราจะเที่ยวบนภูเขา แล้วขับรถจากมัตสึโมโตะเข้าโตเกียวเย็นวันที่ 29 ตุลา แต่หลังจองได้ไม่นาน Ono Yuuki ประกาศ First Live วันที่ 29 ตุลา ที่ชิบุย่า!!!! ถึงกับต้องไปเปลี่ยนแผน เป็นออกจากมัตสึโมโตะก่อนเที่ยง เพื่อไปคืนรถ เช็คอินที่พัก และเดินทางไปชิบุย่าให้ทัน แต่อนิจจัง… พายุเข้าค่าาาาาาาาา ลูกที่ 22 กำหนดเดิมเข้าวันที่ 29 เย็นเต็มๆ แต่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา กลายเป็นว่าโชคดีเข้าตอนบ่ายๆ ขับรถฝ่าฝนตลอดทาง คืนรถเสร็จแล้วก็ยังต้องฝ่าฝนที่เริ่มหนักเพื่อเดินทางไปถึงฮอลจัด โชคดีว่าพอไปถึง ตอนยืนเข้าแถวรอเข้าข้างในฝนหยุดแล้ว ต้องเช็ดๆ แล้วเก็บร่มเปียกๆ ชื้นๆ ลงกระเป๋า ผลสรุปคือร่มพังเพราะสนิมกิน สังเวยกันไป

เรื่องเดินทางก็ไม่ได้ง่าย เราเป็นมนุษย์หลงทิศหลงทางโดยเฉพาะที่ที่ไม่เคยไป ชิบุย่าเคยเดินผ่านแค่ 1 ครั้งถ้วน!!!! เอาวะ Google Map ช่วยด้วย!! ซึ่งมันก็ช่วยแหละ แต่ทุลักทุเลเล็กน้อย GPS ทำงานได้ไม่ดีในที่คนเยอะ ต้องเล็งๆ ตึกกับร้านค้าแล้วหาทางไปเรื่อยๆ แทน สุดท้ายก็ไปทันเข้าได้โดยสวัสดิภาพ ล็อกเกอร์ด้านนอกเต็มแล้ว และไม่มีห้องน้ำ ต้องเข้าฮอลก่อนถึงไปห้องน้ำได้ (ใครจะไปไลฟ์เฮาส์เตรียมตัวกันดีๆ นะคะ อย่าไปมึนแบบเรา TvT) แถมไปถึงไม่นานเริ่มรันคนเข้า (เราได้หมายเลข 390 ไม่ต้องรอนานมากก็ได้เข้า)

marker-small2

TSUTAYA-O-EAST เป็นไลฟ์เฮาส์ขนาดไม่ใหญ่ คนดูก็ไม่ได้เยอะมาก ยืนไม่เบียด พอเข้าไปในฮอล ชั้นสองที่จัดงานได้จะโดนเก็บเงินค่าน้ำดื่มเพิ่มอีก 500 เยน (ซึ่งสุดท้ายไม่ได้ไปแลกเพราะขี้เกียจถือ) มีฮอลเล็กๆ ขายกู้ดส์ เราซื้อแท่งไฟกับเข็มกลัด และซีดี Party Man 2 ส่วนแผ่น 1 กับ 3 มีอยู่แล้ว ถ้าซื้อซีดีจะมีิสิทธิจับฉลากรางวัลอีกต่อ ได้มาเป็นพัดยูคิคุงซึ่งไม่รู้จะเอาไปทำอะไร ไว้โอโนะยูมาไทยจะเอาไปโบกรับที่สนามบินนะคะ 5555555555

DSC_0137.JPG

พอซื้อของเสร็จวิ่งไปห้องน้ำที่อยู่ชั้นสอง โชคดีหน้าห้องน้ำมีล็อกเกอร์ เลยยอมหยอดตู้ฝากกระเป๋า ถือแค่ถุงใส่มือถือกับแท่งไฟแล้วเดินลงมามุดหาทำเลยืน ส่องไปส่องมา ได้อยู่ทางซ้าย ด้านหลังสุดของล็อกแรกสุด อาศัยส่วนสูงเข้าช่วย มองเห็นเวทีซึ่งห่างแค่ 4-5 ก้าวชัดเจน ไม่มีหัวใครบังตรงระดับสายตาของเราเลย ด้านหลังไม่ต้องห่วงชนใครเพราะมีรั้วกั้น สงสารคนข้างหลังนิดนึงแต่จะให้ห่วงคนอื่นจนไปยืนหลังสุดก็ไม่ใช่ TvT รู้สึกดีขึ้นหน่อยตรงคนยืนข้างซ้ายมือติดๆ กันตัวสูงพอๆ กับเรา  เออ ตั๋วสแตนดิ้งมันก็ดีอย่างนี้นี่เอง เห็นชัดมากๆๆๆๆ

ตัวเวทีสวยดี เป็นบันไดกลางจากด้านบน แล้วแยกซ้ายขวาขั้นนึง ซึ่งโอโนะยูขึ้นลงเข้าออกเวทีจากฝั่งที่เรายืนตลอด!!!  คุ้มมาก คิดถูกที่ยืนตรงนี้ TvT แต่ฝั่งขวาก็ดีนะ มีโต๊ะ DJ ซึ่งเป็น 2 นักแต่งเพลงควบโปรดิวเซอร์ด้วยนิดๆ มายืนเอนเตอร์เทนให้ตลอดงาน คนนึงผมยาวใส่แว่นดำ อีกคนหน้าตี๋ๆ จืดๆ ใส่หัวเป็นยูกิคุง

 

ชุดแรกที่ออกมาสะเดิดมาก เป็นชุดเชิ้ตกับสูท ผ้าเลื่อมทั้งตัว สีเหลืองทอง วิบวับวิบวับ ร้อง Party Man Medley (Party Man, Soran Night, Tarzan Night) เต้นตลอด ท่ามาเต็ม แล้วตอนเต้นโซรันไนท์ ท่อพ่นควันด้านหน้าก็พ่นใส่หน้าโอโนะยูรัวๆ ทุกท่อนที่ก้มหน้าลงไปตรงนั้น 5555555555555 บันเทิงกันตั้งแต่เริ่ม

จบเมดเล่เป็นช่วง mc ทักทาย ขอบคุณ

มีแนะนำว่าครั้งนี้จัดเป็น First Live ส่วนที่ผ่านมาหลายๆ รอบนั่นทาง Lantis บอกว่าไม่ใช่ไลฟ์ แต่เป็น “อีเวนท์” 55555555555555555555555555 กัดแลนติสรัวๆ นะคะ แล้วบอกต่อว่าเป็น Final Party ปิดซีรีย์ Party Man 3 แผ่นอย่างเป็นทางการ แต่ก็ไม่แน่นะ อาจจะมี Party Man 4, 5 ออกมาก็ได้…

โอโนะยูบอกว่า ขอบคุณทุกคนมาก ที่อุตส่าห์มาทั้งที่เดินทางลำบาก (ในความหมายจริงๆ ไม่ใช่พูดตามมารยาท) นี่หลงทางกันเข้ามาใช่ไหม รู้รึเปล่าว่างานอะไร ทุกคนเป็นคนสำคัญมาก สำคัญจนไม่อยากให้มาในเวลาแบบนี้ (พายุเข้า) อยากให้กลับบ้านไปกันเดี๋ยวนี้เลย ก็มีเสียงโห่เล็กน้อย เจ้าตัวเลยบอก แต่ถ้าไม่กลับอาจจะกลับไม่ได้นะ ก็มีคนตะโกนไปว่าไม่กลับก็ได้

ต่อด้วยแนะนำ DJ 2 คนว่าแต่งเพลงอะไรบ้าง แซวกันไปมาเล็กน้อย

หลังจากนั้นมีพูดถึงเครื่องพ่นควันเมื่อตอนโซรันไนท์ บอกว่าตอนมาเช็คความเรียบร้อยก็สงสัยเครื่องนี้อยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าจะมาพ่นใส่กลางเพลงกันแบบนี้ ระหว่างก้มๆ เงยๆ ชี้เครื่องให้ทุกคนดูควันก็พุ่งออกมาอีก…. เล่นๆ สักพัก มีซับเหงื่อด้วยผ้าขนหนูของไลฟ์แต่บอกว่ายังไม่โฆษณานะ เร็วเกิ ดื่มน้ำ ทุกครั้งที่ดื่มจะมีเซอร์วิซ ให้คนถามว่าอร่อยไหม แล้วตอบกลับสไตล์โอโตเมะซีดี 5555555555555555555 จำไม่ได้หมด แต่มีทั้ง “ก็รู้อยู่แล้ว จะถามทำไม” “อร่อยมาก” “ไม่อร่อยเลย” บลาๆๆ ตลกตรงมีทั้งคนที่กรี๊ดความหล่อของเสียง แต่คนที่ขำ 555555555555 แล้วถามหาทิชชู่ เจ้าตัวบอกว่าแพ้อากาศช่วงนี้พอดี หลังเวทีเลยตะโกนเรียก ฝากหน้าที่หน้าเวทีให้ DJ ประมาณครึ่งนาที วิ่งไปสั่งน้ำมูกแล้วเดินยิ้มออกมา นี่มันอะไรกัน official live จริงๆ เหรอ 555555555555555555555555555

เพลงต่อไปมี 2 เพลงต่อกันเลยคือ Black or White กับ Mogitate Love Island

เดิมเราไม่ค่อยชอบ Black or White เท่าไหร่ แต่พอเล่นในไลฟ์มันก็ช่วยดึงอารมณ์ให้คึกคักได้ดีจริงๆ แหละ เนื่องจากเป็นคอนแรก ไฟเลยไม่มีกำหนด ต่างคนต่างเลือก ส่วนใหญ่ที่เห็น B or W ใช้ไฟขาว ส่วนโมกิตาเตะเป็นไฟชมพู

จบสองเพลงนี้มาเป็นช่วงแนะนำกู้ดส์ แต่มีหมดไปหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือเซ็ตภาพถ่าย ที่เจ้าตัวถึงกับถามว่าทุกคนคิดบ้าอะไรกันถึงซื้อของพรรค์นี้ 5555555 (ขอโทษค่ะ แต่แอบเห็นด้วย…) แนะนำแล้วก็จะถามว่าใครซื้อบ้าง อย่างเข็มกลัดก็ถามว่าใครยังหาแลกอยู่บ้าง 555 พอถึงแท่งไฟ ถามว่าใครซื้อบ้างทุกคนพร้อมใจกันยกขึ้นมากดเปลี่ยนสีไฟรัวๆ ให้เหมือนไฟกระพริบ จนเปลี่ยนเรื่องไปเรื่องอื่นก็ยังกดกันอยู่อย่างนั้นจนเจ้าตัวบอกว่าไม่รู้จะเบื่อกันบ้างเหรอไง 555

171024-onoyuki.jpg

credit: https://www.lantis.jp/artist/onoyuki/

แนะนำกู้ดส์และเล่นมุกพักผ่อนเสร็จเรียบร้อยแล้วต่อด้วยเพลง Hatsukoi no Karyudo กับ Jungle Fever เป็นเพลงมันๆ คั่นด้วยช่วง mc แนะนำว่าต่อไปเป็นเพลง Baobab Love ซึ่งมีท่องผู้หญิงร้อง ตอนคุยกันว่าคอนจะทำยังไงก็มีคนเสนอว่าให้คนดูร้องสิ! เพราะงั้นอยากให้ทุกคนช่วยกันร้อง คิดซะว่ามีอยู่กันสองคนใต้ต้นบาโอบับแบบในเพลง ไม่ต้องสนใจรอบข้าง ไม่ต้องร้องเพราะก็ได้ แต่ยังไงไม่ต้องห่วงนะ จะมีคนมาร้องนำให้ และมีเนื้อขึ้นให้ด้วย ไม่ได้หลอกใช้แรงงานให้คนดูร้องทั้งหมด 555555555 พอถึงเวลามีผู้หญิงเสียงดีเว่อออกมาร้องท่อนผู้หญิง แต่คนดูก็ร้องกันเกือบทุกคนด้วย นี่มันอะไรกัน คอนเสิร์ตที่คนดูได้ร้องดูเอ็ตคู่กับนักร้อง 5555555

พอจบปุ๊บทั้งนักร้องหญิง ทั้งโอโนะยูหายไปหลังเวทีกันหมดเลย มี DJ เปิดเป็นเพลงแดนซ์ๆ มี Dancer Performance คั่นเวลาโผล่มาทีละคน ปิดท้ายโอโนะยูเปลี่ยนเป็นเสื้อยืดคอนกลับมาเต้นด้วย แล้วจบโดยตีลังกากลับหลัง เรียกเสียงกรีี๊ดกร๊าดได้ลั่นฮอล แต่ก็ยังไม่พัก ต่อด้วยเพลง DKY และ Furare Otoko ni Asu wa Kuru ทันที เห็นแล้วเหนื่อยแทนนิดนึง 5555 พอจบเพลงนี่หอบกันเลยทีเดียว

กลับมาเป็นช่วง mc ยาวววววววว เป็นไลฟ์ที่ mc ยาวทุกรอบ เพราะโอโนะยูพูดน้ำไหลไฟดับอย่างไม่แคร์เวลา เล่าเรื่องตีลังว่าไปเห็นมาแล้วรู้สึกเท่มาก เลยถามว่าเรียนที่ไหนยังไงแล้วไปลงเรียนบ้าง พอไปถึงอาจารย์ให้ลองทำ ปรากฏว่าทำได้เลย!? แต่ยังผิดหลักเลยต้องเรียนใหม่ แต่พอเรียนไปเรียนมากลายเป็นกลัว คราวนี้จากทำได้กลายเป็นทำไม่ได้สักทีจนไม่กี่วันก่อนคอนเพิ่งจะทำได้ อยากเป็นกำลังใจให้ใครที่ได้มาคอนนี้ดูแล้วเกิดความรู้สึกอยากพยายามทำอะไรใหม่ๆ เหมือนที่ตัวเองไปฝึกกระโดดตีลังกา (อะไรประมาณนี้ จำไม่ได้ค่อยได้)

ต่อไปมีคอร์นเนอร์อีก (ไหนบอกคราวนี้คอน ไม่ใช่อีเวนท์!?) เป็นช่วงไล่ดูภาพระหว่าง 3 ปี มีภาพถ่ายระหว่างเดินสายโปรโมทเพลงทั้ง 3 อัลบัม กับภาพถ่ายเดินทางไปร่วมอีเวนท์ต่างๆ นานา ประมาณ 70% เป็นภาพของกิน จากเดินคนปรบมือ พอภาพโอโคโนมิยากิภาพที่ 3 ขึ้นมาเสียงหัวเราะก็เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ แถมเจ้าตัวบางทีก็นึกไม่ออกภาพไหนเมื่อไหร่อย่างไร ต้องให้คนดูช่วยกันนึก โอ้ย ตลก 555555555 ภาพที่เรียกเสียงกรี๊ดได้มากที่สุดคือภาพรันจังในคุกที่ถ่ายมาจากสกรีนกำแพงงานแกรนบลูที่โอซาก้า ภาพข้างล่างนี้แหละ แต่พอเต็มจอแล้วอิมแพ็คแรงมาก 55555 พร้อมโฆษณาและฝากฝัง Dragon Nights อีกเล็กๆ น้อยๆ แถมยังมีพูดถึงเคนโชอีกเป็นระยะๆ 55555

ranchan.png

Credit: http://granbluefantasy.jp

นอกจากนี้มีภาพจาน Fruits tart จานใหญ่มากสองจานกับมือสองคนชูสองนิ้ว…
อันนี้เจ้าตัวเล่าว่า น่าจะรู้กันอยู่แล้วว่าตอนนี้เขาออกมาจากสังกัดเดิม เป็นนักพากย์อิสระ
ซึ่งอาจจะไม่ดีเท่าไหร่ แต่อยากเล่า ว่ามือที่เห็นในภาพนี้เนี่ย คือ R คุงที่เป็นเมเนเจอร์ตอนนี้
สนิทกันมาแต่ดั้งแต่เดิมแล้ว ภาพนี้ก็หลายปีแล้ว เดิมเป็นเพื่อนกินขนมหวาน ปริมาณเท่าๆ กันเฉยๆ (. . . .)

ช่วงแนะนำเพลงต่อไป โอโนะยูบอกว่าไหนๆ ก็ 1st one-man live เลยอยากใช้โอกาสนี้ร้องเพลงโคฟเวอร์
*กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด* อย่างที่หวังเลย
แต่โคฟเวอร์เพลงอื่นก็ลำบาก เลยจะโคฟคาราซองของตัวเองเนี่ยแหละ *กรี๊ดดด กรี๊ดดดดดดดดด*
ซึ่งเป็นเพลงที่เหมาะกับช่วงเวลาแบบนี้ที่สุด แต่ไม่บอกว่าเป็นอะไร คนลุ้นกันเต็มที่ พออินโทรขึ้นเท่านั้นแหละ เสียงกรี๊ดลั่นฮอลมาก

Michi no Tochuu ของคากามิ กับ Yoshiwara Lament ค่าาาาาาาา

เรากรี๊ดจนเสียงหายเลย เพราะมิจิโนะโตะจูคือเพลงของคากามิที่เราชอบมากที่สุด แต่ไม่เคยได้ร้องออกอีเวนท์เลยแม้แต่ครั้งเดียว ส่วนโยชิวาระก็เป็นอีกหนึ่งเพลงของโอโนะยูที่ชอบที่สุดแต่ไม่เคยมีไลฟ์ แล้วแอบหวังตั้งแต่ตอนประกาศคอนว่าจะต้องมีเอามาร้อง ในที่สุด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ได้ฟังสองเพลงนี้ก็คุ้มค่าที่มาแล้วอะ ฮรืออออออ  TvT

จบสองเพลงเป็น mc อีกแล้ว mc เยอะมากจริงๆ ไลฟ์นี้…

อธิบายว่าทำไมต้องเป็นสองเพลงนี้

Michi no Tochuu เป็นซิงเกิลเดี่ยวของตัวเอง ซิงเกิลแรก!! ถึงจะเป็นคาแรกเตอร์ซองก์ก็เถอะ แต่ไม่เคยได้ร้องเลย เพราะเวลามีอีเวนท์อะไรของคุโรโกะเพลงคากามิก็จะเป็นเพลงฮึกเหิมตลอด แต่คราวนี้ร้องได้ เพราะเป็นคอนตัวเอง แฟนๆ ก็น่าจะยอมฟังล่ะมั๊ง แถมด้วยความหมายของเพลง มันเหมือนสภาพตอนนี้ที่เดินมาอยู่กลางทางและกำลังจะก้าวต่อไปด้วย

ส่วน Yoshiwara Lament เป็นเพลงของคาแรกเตอร์ซองก์ของมิเกะ จากซีรีย์ Actors และที่เลือกก็เพราะเป็นเพลงที่ได้รับการเรียกร้องมากที่สุด เพลงนี้ทาง Actors Official Channel มีอัพตัวเต็มไว้ด้วยนะ ใครสนใจฟังเชิญเลยค่ะ เป็น Masterpiece มากๆ #ไม่ค่อยจะอวย ตอนฟังนี่ตายไปเลย โอยยยยยยย ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้ฟังเพลงนี้สดๆ น้องทวินเทลที่ยืนหน้าเราน้ำตาร่วง ส่วนพี่สาวด้านซ้ายมือกรี๊ดแบบตายไปเลย…

ต่อจาก mc คราวนี้มาเป็นคอร์เนอร์กัด PV Tarzan Night ต่อหน้าผู้กำกับ 5555555555555555555555

จำรายละเอียดไม่ได้ แต่มีกัดเรื่องเสื้อผ้า คอนเซ็ปต์ ตัวเองเต้นผิด แดนเซอร์เต้นผิด ฯลฯ กัดเยอะและนานมาก 555

ต่อด้วยเพลงบัลลาดเพียงเพลงเดียวของซีรีย์ Ano Hi no Yoru

mc ช่วงสุดท้ายเล่าว่า Party Man 3 อัลบัม เป็นเพลงที่สร้างตามใจคนผลิต ตามใจคนร้อง แต่หลังจากนี้จะฟังเสียงแฟนๆ ถ้าอยากได้แนวไหนก็ให้บอกมา อาจจะมี Party Man 4 ออกมาก็ได้ (แต่ไหงพูดเหมือนว่า อาจจะไม่ออกเพลงอีกเลยก็เป็นได้ล่ะคะ TT_______TT) พล่ามยาวมาก บอกเนี่ยที่จอขึ้นว่าให้รีบแล้ว แต่เราจะไม่สนใจ!! แล้วก็พูดต่อไป จนโดนสต๊าฟพ่นควันใส่หน้าไล่ ก็ยังไม่ยอมแพ้เล่นต่อไปอีก 55555555 แล้วก็บอกน่าเสียดายที่เพลงต่อไปจะเป็นเพลงสุดท้าย สักพักเปลี่ยนอารมณ์บอก เอ้ย แบบนี้ไม่ถูกเนอะ ยังไม่จบเลยแท้ๆ จะพูดน่าเสียดาย พูดถึงคอนต่อไปได้ยังไง ต้องสนุกให้เต็มที่สิ ก่อนปิดท้ายด้วย Party World

พอตัวหายไปปุ๊บ มีเสียงที่อัดไว้ล่วงหน้าพูดยาวเหยียด ว่ามีอยู่ช่วงนึงซึ่งเล่นมาตั้งแต่อีเวนท์แรก คือจับฉลากแจกของส่วนตัว มีแนะนำของทีละอย่าง วิตามิน ซีดีของเคยากิซากะ 55555555 แล้วก็พัดโอเรปาระ โดยของทีึ่แจกจะเซ็นลายเซ็นด้วย ในใจแอบลุ้นว่าอยากให้แจกซีดีเคยากิซากะที่เซ็นลายเซ็นโอโนะยู 555555555555555555555555555555555555 แต่สุดท้ายแจกพัดโอเรปาระที่เจ้าตัวประท้วงเล็กน้อยว่ามันดูไม่เหมือนของส่วนตัวเท่าไหร่ และคนได้ไปคือหมายเลข 403 ส่วนเรา 390 รู้สึก(ไปเอง) ว่ามันเฉียดมากเลย แต่แจกแค่รางวัลเดียวอะนะ… ต้องทำบุญด้วยอะไรล่ะถึงจะได้ 5555555

ลืมเล่าไปนิด ที่หายไปเข้าไปนั่นโอโนะยูเปลี่ยนเป็นชุดของ PV Party Man เพลงแรกเลย สูทขาว เสื้อดำ ธรรมดา มีแนะนำแดนเซอร์เล็กๆ น้อยๆ บอกว่างานวันนี้จะออกเป็น DVD ด้วยนะ “วันนั้นแหละ” ปีหน้า เดาเองว่าคงเป็น 22 มิ.ย. วันเกิดเจ้าตัวเหมือนทุกปีมั๊ง

อีกคำที่ทำเอาขำหนักคือมีพูดถึงฮาโลวีน ว่าเนี่ย ข้างนอกมีปารี่พี (Party People) เต็มไปหมดเลย リアパーリーピー นี่มันน่ากลัวจริงๆ!! ทั้งที่คนพูดมาชุด Party Man 555555

แต่ชิบุย่าวันนั้นคือน่ากลัวจริงๆ ไลฟ์เฮาส์มันอยู่ซอกๆ หน่อย ต้องเดินผ่านหน้าสถานีและตรงคนเยอะๆ มา คือคนเยอะมว้ากกกกกกกกกกกกกกกกก เดินไม่เกรงใจ ถ้าไม่มีแว่นตาคงโดนร่มจิ้มตาบอดไปหลายรอย พอฝนเริ่มซาปุ๊บพวกแต่งชุดแฟนซีก็ออกมาเดินกับเพียบ ขนาดยืนรอเข้าฮอลยังมีคนใส่แฟนซีประหลาดเดินผ่านไปผ่านมาตลอดเวลาเลย รู้สึกเป็นเมืองที่คึกคักเกินไปมากสำหรับเรา และน่าจะสำหรับโอโนะยูและแฟนๆ ด้วย 55555 โอตาคุไม่นิยมที่คนเยอะนะคะ 55555555 มินามิอุราวะสุดแสนกันดารดีสำหรับเราไปเลยพอเจอชิบุย่า TvT

เพลงปิดท้าย (ที่ไม่ใช่อังกอร์) คือ Party Night แบบ Full เก็บกิงเทป(?) มันไม่ใช่เทปเป็นกระดาษสีตัดสี่เหลี่ยมจตุรัสมาเป็นที่ระลึก 3 สี แต่ไม่มีลายเซ็นไม่มีพิมพ์ลายอะไรเลยอะนะ

marker-small2

กลัวไลฟ์เฮาส์มาก พอมาครั้งเดียวชอบเลย คือมันไม่ใหญ่ ใกล้ชิด บรรยากาศอบอุ่น (อาจเพราะแฟนๆ คนนี้ไม่ดุด้วย 55555) ดีใจที่ได้ไปไลฟ์นี้ ดีใจที่ตามโอโนะยูมา เป็นคนตลกน่ารักตรงข้ามกับเสียงทุกสิ่งทุกอย่างจริงๆ นะ 5555 เหมือนเป็นตัวมาสค็อต(ชม) หวังว่าจะไม่หยุดแค่ 3 อัลบัมแต่มีเพลงออกมาอีก เพราะฉะนั้นใครชอบโอโนะ ยูกิ อย่าลืมช่วยกันซื้อ CD, DVD เพื่อให้ได้มีเพลงออกมาอีก ไม่หยุดแค่อัลบัมปาหี่ 3 แผ่นเถอะนะคะ ในฐานะแฟนก็อยากได้อะไรจริงๆ จังๆ เท่ๆ ซึ้งๆ กับเขาบ้าง 55555555 ใน 3 อัลบัมนี้ก็ชอบหลายเพลงแหละ แต่มอง PV กับปกแผ่นแล้วได้แต่ถอนหายใจ 555555555 ที่สำคัญอยากให้มาไทยจังเลย TT_____________TT ยังเฝ้ารออยู่นะคะะะะะะ!!! มาเมื่อไหร่จะเอาพัดกับแท่งไฟไปโบกให้ตกใจเล่น

Advertisements

ประกาศรางวัลเครื่องเขียนญี่ปุ่นประจำปี 2017 ที่งาน ISOT

เดือนกรกฏาคมนี้ ที่ญี่ปุ่นมีงาน ISOT หรืองานแสดงเครื่องเขียนยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งเอเชียขึ้นที่ Tokyo Big Site ซึ่งในงานนี้นอกจากแต่ละบริษัทจะนำผลิตภัณฑ์ของตนมาจัดแสดงแล้ว ยังมีการประกาศรางวัลกรังปรีซ์ให้เครื่องเขียนที่ออกจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย โดยรางวัลจะแบ่งเป็นด้านฟังก์ชัน กับด้านดีไซน์ ปีนี้ถือเป็นครั้งที่ 26 ของรางวัลนี้

ออกตัวก่อนว่าเราไม่ได้นะคะ ถึงจะอยากไปมว้ากกกกกกกกกกกกกก ก็เถอะ ถ้าไปสงสัยจะหมดเป็นวันๆ ตื่นตาตื่นใจกับทุกสิ่งทุกอย่าง แต่รางวัลปีนี้ก็มีทั้งของน่าใช้และน่ารักเยอะแยะอีกแล้ว เลยอยากเอามาแบ่งปันกันดู เผื่อใครสนใจอยากได้ ก็ไปหาซื้อมาลองใช้กันได้ค่ะ

marker-small

เริ่มจากรางวัลยอดเยี่ยมของแต่ละฝั่งกันก่อนเลย

ด้านฟังก์ชัน

XSCISSORS จาก Carl

Xscis

กรรไกรรุ่นถึก ด้วยใบมีดสแตนเลส 3 mm. หนากว่ากรรไกรปกติ 2 เท่า ลับทีละใบด้วยฝีมือช่างเมือง Seki จังหวัด Gifu ซึ่งโด่งดังเรื่องช่างทำของมีคม ตัดลงเต็มแรง ขาดทันที ตัวด้ามมีแกนเป็นโลหะช่วยเสริมแรงให้ใบมีด หุ้มด้วยยาง Elastomer ช่วยกระจายแรงกระทบมือเรา

ด้านดีไซน์

Anata no Kodougu-Bako จาก Pun Puku Dou

ร้าน Pun Pun dou แห่งจังหวัดจิบะ ผลิตและจำหน่ายเครื่องเขียนออริจินอล ซึ่งกล่องบรรจุของกระจุกกระจิกนี้ก็เป็นหนึ่งในเครื่องเขียนออริจินอลของร้าน ทำจากเยื่อกระดาษชนิดแข็ง “พาสโก้” ที่ทางร้านระบุว่าอยู่ได้ถึง 50 ปี มีหลากหลายสีสัน แต่ละชิ้นล้วนประกอบขึ้นมาอย่างประณีต

ขอออกความเห็นส่วนตัวสักนิด…. คือเราไม่เข้าใจความดีงามขนาดได้รางวัลที่หนึ่งของสิ่งนี้จริงๆ…
มันก็น่ารัก ใช่ น่ารัก แล้วยังไง 5555 ถึงจะไม่ใช่ด้านฟังก์ชันแต่ก็ชวนให้คิดว่าไม่มีอย่างอื่นแล้วจริงๆ เหรอ

หาภาพดูเพิ่มแล้ว เออ มันก็น่ารักจริงๆ แหละ แต่อย่างน้อยมีช่อง มีอะไรนิดนึง ไม่ใช่กลอ่งแบบนี้สิ 55555
เป็นชิ้นที่สร้างความงงให้ดิฉันมากมาย

ต่อด้วยรางวัลอื่นๆ นอกจากที่ 1 กันค่ะ

ด้านฟังก์ชัน

Toga Return กบเหลาดินสอมือหมุนจาก Sonic

TogaReturn

กบเหลาดินสอที่พอแหลมแล้วดินสอจะเด้งออกมาเอง ใช้ง่าย ไม่ต้องกลัวหัก ขนาดกำลังพอเหมาะสำหรับเด็ก ใช้งานง่าย ปลอดภัย ลองดูคลิปสาธิตการใช้งานได้ด้านล่างนี้เลยค่ะ เห็นแล้วอิจฉา ทำไมตอนเราเด็กๆ ไม่มีอะไรแบบนี้นะ!!

Hanbunko จาก Plus

hanbunko

แท่นตัด ล็อกแน่น ใบมีดแบบลูกกลิ้งคม ปรับขนาดตามต้องการได้ เพียงล็อกกระดาษลงไปในเครื่องแล้วเลื่อนลูกกลิ้งเท่านั้น ชิ้นนี้เราเคยเห็นรายการแนะนำมาหลายครั้งแล้วค่ะ ทุกคนคอนเฟิร์มว่ามันเริ่สสสสมากกกกกกกก เห็นทีไรอยากได้ไว้ที่บ้านทุกที

AQUA DROPs Clip File จาก LIHIT LAB.

aquadrops

แฟ้มพร้อมซองและคลิปหนีบเอกสารขนาด A5 ใส่เอกสารง่าย คลิปหนีบแน่น น้ำหนักเบาพกพาง่าย สามารถเปิดได้ 360 องศา จึงถือมือเดียวอ่านเอกสารได้ด้วย

เป็นอีกชิ้นที่อยากได้ค่ะ น่ารัก น่าใช้งานมาก ด้วยงานของเราทำให้บางครั้งต้องใช้กระดานคลิป A5 แบบนี้แหละ เอาไว้ถือจดหรือพูดบท มีของส่วนตัวอยู่แล้ว แต่อันนี้น่าใช้และพกง่ายกว่ามากเลย ปกติคลิปข้างบนมันจะเกะกะๆ ใส่กระเป๋าแล้วไปเกี่ยวอย่างอื่น แถมไม่มีปกกระดาษแผ่นหน้ามักจะยับหรือเปื้อน AQUA DROPs ตัวนี้น่าใช้จริงๆ

zeit Vektor Meeting Box A4 จาก Reimei Fujii

zeitแฟ้มใส่เอกสารดีไซน์สวย ฟังก์ชันใช้งานพร้อมสรรพ สามารถใส่เอกสารในแฟ้มใส A4 ได้ พับเก็บได้ วางแนวนอนหรือแนวตั้งก็ได้ ทั้งยังถือไปทั้งแฟ้มได้อย่างสะดวก เก๋ๆ สวยๆ ช่วยให้โต๊ะทำงานไม่น่าเบื่อ

ด้านดีไซน์

Tete. จาก Keibunsha Insatsu Kougyo

tete

สมุด Traveller เล่มสวย ผลิตตามออร์เดอร์ ออริจินอลทุกเล่ม วัสดุทุกชิ้นผลิตในญี่ปุ่น สามารถเลือกได้ดังนี้

  1. สีหนังหุ้มปก
  2. ตราโลหะ หมุดโลหะ
  3. ตราปั๊มลงปก (ตัวอักษร-ภาพ) และที่จุดที่จะปั๊ม
  4. ปกและไส้กระดาษ มีให้เลือก 19 แบบ ซึ่งใช้กระดาษ Tomoe River ไม่ซึม ไม่เป็นรอย นุ่มเขียนลื่น ส่วนปฏทินและซองพ็อกเก็ตกระดาษมีอยู่ในเซ็ต

เมื่อเลือกเสร็จแล้วทางร้านจะประกอบมาเป็นสมุดออริจินอลตามที่เราส่ง แต่ราคาก็ตามคุณภาพ เพราะราคาถึง 8,100 เยน!!

ชิ้นนี้เหมาะกับคนอยากจะมีสมุดดีๆ คู่ใจสักเล่มเป็นของประจำตัว ไม่เหมาะกับคนขี้เบื่อขยันเปลี่ยนบ่อยๆ ค่ะ เพราะวัสดุดีมากๆๆๆ ทุกชิ้นที่นำมาประกอบเลย เขารับประกันทั้งความรู้สึกดีตอนใช้งานและความทนทานด้วย ส่วนไส้พอเต็มแล้วก็ถอดเปลี่ยนซื้อเติมใหม่ได้เรื่อยๆ ในราคาสมเหตุสมผลตามึคุณภาพกระดาษโทโมเอะ

Biwako Templete จาก KOKUYO Shiga Kougyo หนึ่งในซีรีย์ ReEDEN

biwako

กระดานเท็มเพลตสำหรับวาดทะเลสาบบิวาโกะ สเกล 1/100 พร้อมเกาะกลางทะเลสาบและกิจกรรมรอบๆ ของเล่นน่ารักๆ หรือจะซื้อเป็นของฝากของที่ระลึกจากทะเลสาบบิวาโกะก็ดีเหมือนกัน

สำหรับคนไม่รู้จัก ทะเลสาบบิวาโกะ คือทะเลสาบใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น อยู่ในจังหวัดชิกะ (ข้างเกียวโต) และเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยว ตากอากาศของชาวญี่ปุ่นค่ะ แต่ซื้อสิ่งนี้มาแล้วจะเอาไปใช้ทำอะไรบ้างก็ตอบยากจริงๆ 555555

Block Clip จาก Midori

blockclip

หนึ่งในแบรนด์ฮิตของคนไทย เป็นตัวต่อยาง มีช่องหนีบกระดาษ หลายสีหลายขนาด สามารถนำมาต่อเป็นเครื่องใช้บนโต๊ะทำงานได้หลากหลาย เบื่อเมื่อไหร่ก็เปลี่ยน หรือพกไว้ติดกระเป๋าสักสองสามชิ้นก็นำไปใช้งานได้เยอะกว่าที่คิด เพราะใช้เดี่ยวๆ แทนคลิปหนีบกระดาษก็ยังได้ แต่ใครมั่นใจในไอเดีย นำไปเล่นอะไรได้อีกเพียบ (

Jurassic Book จาก PAPER ART VIET LLC

jurassicbook

หนังสือ Pop-Up ฟอสซิลไดโนเสาร์กระดาษ พร้อมข้อมูลไดโนเสาร์ 6 ชนิด งานละเอียดและสวยมากน่าสะสมจริงๆ ค่ะ

marker-small2

ดูแล้วอยากได้อะไรกันเป็นพิเศษไหมเอ่ย?

เจ้าของบล็อกอยากได้แฟ้มกับแท่นกระดาษมากเลยค่ะ…

มีจุดน่าสังเกตตรงที่ เรารู้สึกช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา สารพัดดินสอกด ไม่ว่าจะเหลาไส้เอง ไส้ไม่หัก ไส้เล็กพิเศษ เขย่าได้ หักได้ ฯลฯ และสารพัดปากกา เส้นเล็ก หมึกเจลแห้งเร็ว เปลี่ยนไส้ได้ ลบได้ ฯลฯ กับกล่องดินสอกางได้ ตั้งได้ ย่อได้ หดได้ ฯลฯ ออกมากันเพียบจนตามไม่หวาดไม่ไหว แข่งกันเป็นเจ้าตลาด พอมาถึงปีนี้รางวัลกลับไม่มีทั้งดินสอ ปากกา ยางลบ และกล่องดินสอเลย หรือมันจะถึงจุดอิ่มตัวแล้ว

ส่วนตัวเราเอง แรกๆ ก็ตื่นตาตื่นใจกับฟังก์ชันของดินสอกดนะ แต่พอใช้ไปใช้มา เอาแค่ถือสบายมือ หน้าตาสวยงามก็พอแล้วนี่น่า อย่างอื่นไม่ได้จำเป็นขนาดนั้นเลย… เป็นคนมือหนัก แต่ก็ไม่ได้ทำไส้หักถี่จนต้องซื้อแบบกันหักมาใช้ หรือพูดให้ถูก ซื้อไส้ดีๆ ก็เกินพอแล้ว คนผลิตเองอาจจะเริ่มคิดแบบนี้เหมือนกันแล้วล่ะมั๊ง?

รางวัลปีนี้ไม่ได้น่าตื่นเต้นหวือหวา เรียกว่าให้อารมณ์เหมือนสูงสุดกลับสู่สามัญมากกว่า
แต่ความเรียบง่ายที่คิดมาแล้วนี่แหละที่ทำให้น่าใช้

วิธีพิมพ์ภาษาญี่ปุ่นด้วยคีย์บอร์ดธรรมดา (Japanese IME)

อีกหนึ่งเอนทรี่ ที่ยกมาจากบล็อกเก่านะคะ เขียนไว้นานแล้ว แต่ทุกวันนี้ยังมีคนถามอยู่เป็นระยะ
ประกอบกับบล็อกเก่าตอนนี้ log-in ไม่ได้ด้วยสาเหตุบางอย่าง จะเอาโฆษณาออกก็ไม่ได้ จะไปรับเงินค่าโฆษณาที่วางไว้ก็ยังไม่ได้ วันดีคืนดีล่มไปเลยอีกต่างหาก อะไรไม่สำคัญก็เฉยๆ แต่บางอย่างน่าจะมีประโยชน์ขอย้ายมาก็แล้วกัน ถึงจะไม่ค่อยเกี่ยวกับคอนเซ็ปต์บล็อกนี้สักเท่าไหร่ก็เถอะ ถือโอกาสตั้งหมวด Japanese ขึ้นมาใหม่ แล้วจะทยอยย้ายเนื้อหาที่รู้สึกอยากเก็บเป็นที่ระลึกมาจากบล็อกเก่านะคะ
marker-small
เดี๋ยวนี้คนอ่านญี่ปุ่น พิมพ์ญี่ปุ่นกันเยอะ… คอมก็ลงภาษาญี่ปุ่นได้เลยไม่ต้องโหลดอะไรเพิ่ม กด language toolsbar ขึ้นมาแล้ว add ภาษาลงไปได้เลย  วิธีทำอย่างละเอียดลองเสิร์ชหาในกูเกิลได้ค่ะ….
บางคนมีปัญหาว่า ถ้าลงเป็น 3 ภาษาแล้วจะกดเปลี่ยนภาษาลำบาก ต้องใช้เมาส์คลิก จริงๆแล้วลงภาษาญี่ปุ่นไว้ สามารถพิมพ์ภาษาอังกฤษได้เลย โดยสวิตช์ภาษาญี่ปุ่นกับอังกฤษได้โดยกด “alt+~” และสวิตช์ภาษาไทยกับญี่ปุ่นได้ด้วยคีย์ตามที่ตัวเองตั้ง อย่างของเรา หลังจาก add ภาษาญี่ปุ่น ก็ลบ eng ออกไปเลย ใช้สวิตช์ภาษาเอา
ส่วนวิธีพิมพ์ หลายคนไม่รู้วิธีพิมพ์ตัวอักษรบางตัว เวลาจะใช้ต้องไปหาก๊อบจากในเว็ป เลยถือโอกาสวิธีมาบอกต่อกัน
marker-small2
วิธีพิมพ์ภาษาญี่ปุ่น ด้วยแป้นพิมพ์ปกติ (ไม่ใช่ของญี่ปุ่น)
  • พิมพ์เป็นโรมันจิได้ทั้งสองระบบ คือヘボン式 และ 訓令式 ส่วนใหญ่ก็อย่างทีู่รู้กัน ตัวยกเว้นคือ
    し สามารถพิมพ์ได้ทั้ง shi  si และ  ci
    じ สามารถพิมพ์ได้ทั้ง ji  และ  zi
    ち สามารถพิมพ์ได้ทั้ง chi  และ  ti
    つ สามารถพิมพ์ได้ทั้ง tsu และ tu
    づ พิมพ์ได้วิธีเดียวคือ du
    ぢ พิมพ์ได้วิธีเดียวคือ di
    ふ สามารถพิมพ์ได้ทั้ง hu และ fu
    - เสียงยาวของคาตะคานะ ใช้ - ที่แป้นตัว ข 
  • ตัว ん พิมพ์ nn (สองตัว)
  • อักษรตัวเล็ก มีหลายวิธี สามารถพิมพ์ x แล้วตามด้วยอักษรที่ต้องการก็ได้
  • วรรค “อะ” ตัวเล็ก  ぁ ぃ ぅ ぇ ぉ ァ ィ ゥ ェ ォ วิธีที่ง่ายที่สุดเครื่องเปลี่ยนให้ ไม่ต้องเคาะเลือกเอง พิมพ์ la  li  lu le lo หรือพิมพ์ xa xi xu xe xo
  • ตัว tsu เล็ก っ พิมพ์ xtsu หรือ xtu แต่ถ้าเป็นคำเสียงสะดุดเช่น motto gakkou พิมพ์ตัวอักษรซ้ำกันแบบนี้ได้เลย
  • สามารถพิมพ์ตัว c แทน  k(วรรค “คะ”) ได้ แต่ถ้า CI หรือ CE จะออกมาเป็น しและ せ สรุปคือ อย่าไปใช้ตัว C เลย ยุ่งยาก….
  • แต่พิมพ์ L แทน R ไม่ได้
  • เวลาพิมพ์แล้วต้องเลือกตัวอักษรโดยกดสเปซบาร์ เมื่อเลือกเสร็จแล้วกด enter 1 ครั้งก่อนให้เส้นแดงที่ขีดไว้หายไป ตัวอักษรจึงจะปรากฎในช่อง ถ้าไม่เอนเตอร์แล้วพิมพ์ไปเรื่อยๆ มีโอกาสที่มันจะหายไปได้
  • ตัว [ ] สามารถเลือกรูปแบบของวงเล็บได้
  • 「 」 เป็นสัญลักษณ์คำพูด เหมือน ” “
  • ส่วน 『 』จะได้กับชื่อเฉพาะ เช่นชื่อหนังสือ ชื่อหนัง
  • จุดปิดประโยค 。ใช้แป้น . ตรงตัว  ได้เลย
  • ลูกน้ำคั่นประโยค ใช้ลูกน้ำที่แป้น  จะหน้าตาต่างจากของไทยนิดหน่อย
  • จุดกลาง ・・・ (ภาษาญี่ปุ่นเวลาพิมพ์ … จะใช้จุดกลางบรรทัด) พิมพ์ด้วยแป้น / ที่ตัว ฝ
  • แป้นจุดที่ numpad สามารถเป็นได้ทั้ง . .。 แต่ต้องเคาะสเปซบาร์เืพื่อเลือก
  • ตัว กดได้จากแป้น \ ที่อยู่ใกล้ๆแบล็อกสเปซ
  • ตัว * และ * พิมพ์จากปุ่มเดียวกัน กดสเปซบาร์เลือกเอา
  • ⇒ ←  <- พวกนี้สามารถพิมพ์ -> และ <- แล้วเคาะสเปซบาร์เพื่อเลือกได้
  • ลองไปจิ้มๆ แล้วใช้สเปซบาร์ค่อยๆเลือก จะเจอสัญลักษณ์แปลกๆ เพียบ เช่น①② หรือเลขโรมันแค่พิมพ์ 1 2 เฉยๆ ก็ได้แล้ว
  • กด shift ตอนพิมพ์ จะไม่ถูกเปลี่ยนเป็นฮิระกานะ
  • ถ้าพิมพ์ V จะออกมาเป็นวรรค a มีเต้งเต้ง เช่น ヴ(vu) ヴァ ヴィ ヴェ ヴォ
  • ถ้าพิมพ์ Q จะออกมาเป็นวรรค “คะ” ตามด้วยวรรค “อะ” ตัวเล็ก (ยกเว้น qu) เช่น くぁ クィ くぇ クォ
  • ตัวอักษรโบราณ อย่าง  และ  พิมพ์โดยใ้ช้ we และ wi ตามลำดับ
  • ヶ (一ヶ月) พิมพ์ ke แล้วสเปซบาร์เลือก
  • 々 พิมพ์ onaji  แล้วเคาะเลือก 々 ヾ ヽ ゝ ゞ 〃
  • 〆 ใช้กับคำว่า 〆切り ที่แปลว่าเส้นตาย… (สำหรับพวกนักเขียนต้องส่งงานเป็นต้น) พิมพ์ shime แล้วกดเลือกได้
  • เว้นวรรคแค่ครึ่งเดียวเหมือนแป้นอังกฤษ (ปกติ IME ญี่ปุ่นจะเว้นวรรค 1 บล็อกตัวหนังสือ) โดยกด Shift+Space bar
  • เครื่องหมายดอกจันใหญ่ของญี่ปุ่น ที่ขนาดเท่าตัวหนังสือ พิมพ์ kome ※
  • ~ พิมพ์ kara หรือพิมพ์ ~ แล้วเคาะเลือกเอาก็ได้

อื่นๆ

  • sha-bu ♯
  • furatto ♭
  • shikaku ■□◆◇
  • sannkaku ∴△▲▽▼▷▶◁◀∵
  • maru ○●◉◯ — maru จริงๆได้เยอะมากกกก ลองพิมพ์ดูได้
  • batsu ×
  • yajirushi →←↑↓⇔⇒
  • hoshi ★☆✡
  • ongaku / onnpu ♪♬♫
  • ha-to ❤♡
  • niko (⌒∇⌒)

[Report] C3 AFA Bangkok 2017 – Furuya Toru Stage

ซีรีย์ C3 AFA ยังไม่จบอีกนานๆ
ย้อนกลับมาสเตจแรกหลังพาสุวาเบะซังแซงไป
ฟุรุยะซังเป็นเซยูสเตจแรกของงานนี้ค่ะ เป็นสเตจที่สองจิตสองใจมากว่าไปดูดีไหม…
ใจนึงก็สนใจ เพราะลุงคือระดับขึ้นหิ้ง แล้วผลงานก็ดูมาแล้วทั้งนั้น ถึงส่วนใหญ่จะดูพากย์ไทยก็เถอะ
สุดท้ายก็พยายามออกจากบ้านเช้าระดับนึง กะว่าถ้าออกเวลานั้นแล้วยังไม่ทันอีกก็ไม่เป็นไรแล้วกัน ปรากฎว่าไปถึงตั้งแต่งานเพิ่งเปิด เวทียังไม่เริ่มอะไรเลย เอาล่ะ ได้ดูครบแน่!!! เพราะเราจะเกาะหน้าเวทีอยู่อย่างนั้น

สิ่งที่งงมากสำหรับสเตจนี้คือ…… สามแถวหน้าจะเป็นคนที่มาจองที่กันแต่เช้า แต่พอถึงเวลาจริงกลับมีคนมาทีหลังไปนั่งกับพื้นด้านหน้าสุดแทนซะงั้น สต๊าฟยืนกันอยู่ไม่มีคนไล่อีกต่างหาก แล้วนี่มีความหมายอะไรกับการแหกขี้ตาตื่นไปงานจองเก้าอี้ เก้าอี้วางไว้ทำไมถ้าไม่ใช่จุดบอกเขต ถามว่านั่งกับพื้นบังไหม ก็ไม่ได้บังหรอก แต่มันขาดระเบียบวินัยแล้วก็ไม่ยุติธรรมกับคนที่ทำทุกอย่างถูกต้องเลย แต่สุดท้ายก็ต้องขอบคุณสต๊าฟที่แม้จะช้าไปบ้างแต่ก็เอาเสาเอาเชือกมากั้นตั้งแต่สเตจสุวาเบะซังเป็นต้นไป

บ่นยาวไปนิด กลับมาที่รีพอร์ทกันดีกว่า

ทีมงานของทางสังกัดอาโอนิอัพทวิตเตอร์วีดีโอไว้ให้ด้วย!! เริ่มจากดูนี่ก่อนเลยค่ะ

เสียงฟุรุยะซังคือการ์ตูนมว้ากกกกกกก การ์ตู๊น การ์ตูน ฟังง่ายกว่าซีดีภาษาญี่ปุ่นขั้นต้นซะอีก และเสียงเด็กมากด้วย…

ถัดจากสวัสดีแนะนำตัวตามปกติแล้วก็เริ่มคอร์นเนอร์ถามคำถามเลย โดยใช้วิธีแนะนำตัวละครที่พากย์ไปทีละตัวๆ แล้วก็ถามเกี่ยวกับตัวนั้น ปิดท้ายด้วยพูดเซริฟุของตัวนั้นๆ ไล่ตามลำดับเวลาไป

งานเดบิวต์: Kid(?) จากเรื่อง Kaizoku Ouji (เจ้าชายโจรสลัด)
★ เป็นอนิเมเมื่อ 50 ปีที่แล้ว!!! ภาพยังขาวดำอยู่เลยค่าาาาา
★ ตอนนั้นอายุ 12 พากย์เป็นเด็กผู้ชาย  ไม่ได้คิดอะไรมากเป็นพิเศษ พูดไปตามสภาพ

Amuro Rei จาก Kidou Senshi Gundam
★ มีคนคอสชุดกันดั้มไปทั้งอามุโร่และชาร์ส พิธีกรเลยช่วยบิวต์โดยให้ทุกคนตะโกน “จี๊คจิออน” ฟุรุยะซังทำเป็นโวยว่าชั้นอยู่พันธมิตรนะ!! ไปเชียร์ซีออนกันได้ยังไง
★ 38 ปีที่แล้ว ตอนพากย์เพิ่งจบมหา’ลัยพอดีๆ และพากย์ได้บทนี้แหละที่ทำให้ตัดสินใจว่าหากินด้วยอาชีพเซยูแบบเต็มตัว
★ พูดโชว์ประโยคดัง 「二度もぶった。親父にもぶたれた事無いのに。」 (ต่อยตั้งสองครั้งเชียว พ่อยังไม่เคยต่อยชั้นแท้ๆ) มีกุมแก้มทำท่าทำทางด้วยได้อารมณ์มาก ประทับใจ ก็ไม่คิดเหมือนกันว่าชีวิตนี้จะได้ฟังคำนี้แบบสดๆ พร้อมภาพประกอบจากต้นฉบับ TvT

Seiya จาก Saint Seiya
★ ประมาณสัก 30 ปีได้แล้ว พระเอกแบบ พระเอ๊กกกก พระเอก ทุกอย่างที่มีความเป็นพระเอก
★ เรื่องเซนต์เซย่าเป็นเรื่องที่แสดง 友情=มิตรภาพ 勇気=ความกล้า 正気=ความเที่ยงธรรม (ไม่ได้จดไว้ ไม่แน่ใจ ถ้าผิดต้องขออภัยค่ะ) ของลูกผู้ชาย
★ เป็นตัวละคร “พระเอก” ที่มีอิทธิพลต่องานพากย์เสียงของรุ่นน้องมากที่สุด เหมือนเป็นแบบอ้างอิงให้ตัวละครพระเอกต่อๆ มา แม้แต่ในปัจจุบัน
★ ตอนพูดบท ฟุรุยะซังเกริ่นนำ บอกให้แฟนๆ ตั้งท่ากัน เพราะท่าที่จะใช้มันรุนแรงมาก เดี๋ยวจะเป็นอันตราย แล้วพูดพร้อมทำท่า 「ペガサス流星拳」 (เปกาซัส หมัดดาวตก)

Yamcha
★ ดรากอนบอลเป็นเรื่องสนุก มันไม่ใช่การต่อสู้เพื่อความยุติธรรมอย่างเดียวแล้ว แต่ยังมีมุขตลก มีการผจญภัยที่น่าตื่นเต้น หลักฐานความสนุกก็คือดรากอนบอลยังคงฉายอยู่จนถึงปัจจุบันแม้ผ่านมาแล้ว 30 ปี
★ หยำฉา เป็นตัวละครที่แข็งแกร่งมากในตอนแรก แต่ก็มีตัวเก่งกว่าโผล่มาเรื่อยจนตอนนี้บทหายไปทุกที น่าเสียดาย *ขำ*
★ พูดบท ไม่รู้มาจากเรื่องไหม เป็นคำด่าเบจิต้าว่าบังอาจแย่งบลูม่าไปตอนที่ชั้นไม่อยู่ได้นะ!!

หน้ากากทักซิโด้จาก Sailor Moon
★ เป็นตัวละครที่แปลก เพราะหน้าตาดี ทำตัวหล่อมากๆ แต่ไม่สู้เองเลย โผล่มาหล่อๆ ออกคำสั่งพวกอัศวินเซเลอร์แล้วก็จากไปแบบหล่อๆ ปล่อยผู้หญิงต่อสู้แทนตัวเอง มันจะดีแน่เหรอแบบนี้
★ พูดอะไรสักอย่างเหมือนโผล่มากัน ปกป้องเซเลอร์มูน

Amuro Toru (Conan)
★ เสียงกรี๊ดดังมากจากสาวๆ 555555555555555555555555 ไม่แปลกใจเท่าไหร่ ของกำลังมา
★ โคนันเป็นเรื่องที่ตัวเองก็ชอบ คนในครอบครัวก็ดูกันหมด หวังว่าสักวันจะได้มีส่วนร่วม และวันหนึ่งความฝันก็เป็นจริง แต่ได้พากย์เป็นตัวละครหนุ่มอิเคเม็นขนาดนี้จะดีแน่เหรอเนี่ย รู้สึกเป็นเกียรติมากๆ
★ พูดบท 「満喫したのなら・・・とっとと出て行ってくれませんかねぇ・・・僕の日本から・・・」(ถ้าพอใจแล้ว ช่วยรีบๆ ออกไปสักทีได้ไหม จากประเทศญี่ปุ่นของผม)

มีช่วงคำถามเล็กๆ น้อยๆ จำได้ไม่หมด ขอเขียนเฉพาะที่จำได้นะคะ

มาไทยเป็นยังไงบ้าง(???)
★ ดีใจที่ได้รู้ว่าอนิเมของญี่ปุ่นโด่งดังไปทั่วโลก ในไทยก็มีคนดู ติดตาม และชื่นชอบผลงาน

พากย์มา 50 ปี ก็ยังพากย์เสียงตัวละครหนุ่มๆ ได้ รักษาเสียงยังไง
★ เพราะพากย์ตัวละครพระเอกวัยรุ่นมาตลอด ก็เลยไม่รู้สึกถึงกาลเวลาเท่าไหร่ ไม่เคยคิดว่าตัวเองแก่ มันก็ไม่แก่!! *หัวเราะ* (ชอบวิธีตอบนี้มาก 55555555555555 ขอใช้ลุงเป็นไอดอลเลยค่ะ)

สุดท้ายนี้ฝากอะไร
★ ขอให้แฟนๆ รักอนิเมต่อไป ตัวเองก็จะพยายามสร้างผลงานการแสดงต่อไปเรื่อยๆ เช่นกัน

ปิดท้ายด้วยร้องเพลง 2 เพลง ED ของกันดั้ม Meguriai กับ เซนต์เซย่า Soldier Dream สองเพลงนี้คือเหนือคาดมากๆ ไม่คิดว่าจะมีร้องเพลงในสเตจนี้ ร้องสด และคุณภาพคับกล่องมากๆ TvT อย่างที่บอกแล้ว สเตจนี้เป็นสเตจที่ตอนแรกตัดใจ กะว่ามาไม่ทันก็ไม่เป็นไร ไม่ดูก็ได้ แต่ปรากฎว่าเป็นสเตจที่ประทับใจสุดในงานครั้งนี้เลย ถึงเขาจะร้องเพื่อโปรโมทซีดีก็เถอะ…

ทวีตนี้เป็นภาพระหว่างงาน รวมถึงตอนร้องเพลงด้วยค่ะ แถมเห็นเราด้วยอยู่ไม่ใกล้เท่าไหร่ ถ้าไม่มีกิ๊บติดผมคงหาตัวเองไม่เจอ

ฟุรุยะซังเป็นคุณลุงที่คึกคัก น่ารัก ไม่ได้แฟนเซอร์วิซตรงๆ แต่ก็รู้ว่าคนชอบอะไรและเล่นให้คนหัวเราะ ตอบคำถามดีมากกกกกกก เข้าใจว่าบางคำถามมันคงยากที่จะตอบออกมาตรงๆ ยืดยาว หรือเรื่องเก่าๆ อาจจะลืมแล้วด้วยซ้ำ แต่ก็พูดได้สั้นกระชับเก็บความครบเรียกเสียงกรี๊ดเสียงเชียร์ได้ เป็นคุณลุงตัวเล็กๆ ที่ดูสุขภาพแข็งแรง พอได้ยินลุงบอกว่า ถ้าไม่คิดว่าแก่ก็ไม่แก่ ถึงบางอ้อเลย มันคืออย่างนั้นจริงๆ นั่นแหละ แอบมาเห็นทีหลังว่าเขายังอยู่ระหว่างพักฟื้นหลังผ่าตัดเพราะไปล้มตอนเล่นสโนวบอร์ดมา คือดูไม่ออกเลยแม้แต่น้อย บอกว่าอายุสัก 40 กว่ายังเชื่อ…

[Report] C3 AFA Bangkok 2017 – Suwabe Junichi Kuroko no Basket Last Game Stage Event

ไปร่วมงาน C3 AFA ประจำปีมาตามหน้าที่ค่ะ

ปีนี้หลักๆ อยู่แค่สเตจหลัก ไม่ได้ร่วมอะไรอย่างอื่นเท่าไหร่ ที่ไปดูทั้งหมดคือสเตจของ ฟุรุยะซัง, เมดมังกร, สุวาเบะซัง, กันดั้มเลือดเหล็กเด็กกำพร้า #แปลอย่างไรให้เสื่อม แล้วก็ไททัน(อิชิคาว่าซัง)

แต่!!!! สเตจอื่นเอาไว้ก่อน

ขอลัดคิวด้วยพระเอกของงาน (ในใจเรา) ซะก่อน 5555

resized-DSC00693

สุวาเบะซังมาก็ดีใจมากแล้ว ดีใจที่สุดคือการที่งานไทอัพกับคุโรบาสสสสสสสสส ๓/-๊๔ู๓ฏ$@$S67#@$YT จากความเห็นคนรอบข้างเหมือนเราจะพูดไม่เป็นภาษาไปเป็นวันๆ 5555 แถมประกาศเรื่องฉายภาคหนังโรงอย่างเป็นทางการซะด้วย TT______TT ฮรืออออ เราไม่ได้ฝันไปใช่ไหม

เขียนเท่าที่จำได้นะคะ บางช่วงก็มีหลุด กรี๊ดจนไม่ได้สติ หรือเคลิ้มเสียงไปหน่อย 5555 ลำดับก็อาจจะมั่วด้วย…

marker-small

สุวาเบะซัง มาในชุดธรรมดากว่าที่คิด แต่ยังคงมีเสื้อสูท

ตอนแรกคิดว่าเขาจะใส่สีน้ำเงินๆ ให้เป็นสีอาโฮ่ ที่ไหนได้ สงสัยอาจพอรู้กระแสวิกเตอร์ แถมผมก็สีเงินอยู่พอดี จัดเต็มมากค่า ผมทรงวิกเตอร์ เสื้อดำ สูทดำ กางเกงยีนส์แบบมีดีไซน์นิดนึง ดูได้จากทวิตของเจ้าตัว

เวลาพูดมีปนอังกฤษ พูด Wow บ่อยมาก ประดุจวิกเตอร์สิงร่างอยู่

แต่ก็มี Lady, Gentleman, และ Are you ready? อยู่บ่อยๆ เช่นกัน คงเป็นเศษเสี้ยววิญญาณจินกูจิเรนจากเมื่อสองสัปดาห์ก่อน

และหลุด Boy ออกมาด้วย สงสัยโอโทริเซมไปมาประทับ

ความประทับใจส่วนตัวคือสุวาเบะซังชินเวทีจริงอะไรจริง รู้จังหวะต้องพูดยังไง พูดช้า ชัด ตัดประโยคสั้น ฟังง่ายมว้ากกกกกกก มีปนอังกฤษ ปนไทย แล้วส่งสายตาไปทั่วมาก มีบางช่วงหันมาสบตากันเต็มๆ จนแอบเขินเลย 5555555 แต่เท่าที่มองเขาน่าจะมองครบทุกคนเลยจริงๆ ช่วงพิธีกรกับล่ามพูดก็คอยหันมองไปรอบๆ ซาสุกะ ความเจนเวทีระดับนี้ยอดไปเลย

ตอนเชิญขึ้นเวทีพร้อมเสียงกรี๊ดของแฟน มีเสียง 「俺を勝てるのは俺だけだ!!!」(คนชนะชั้นได้มีแต่ชั้นทำนั้น by Aomine Daiki) ดังมาก่อน ค่อยเดินออกมาจากหลังเวทีฝั่งซ้าย แนะนำตัว ทักทายเล็กๆ น้อยๆ แต่เรียกเสียงกรี๊ดไม่น้อย พูดไทยชักมว้ากกกกก แค่สวัสดีครับคำเดียวนั่นแหละ 55555

ก่อนจะเริ่มถามคำถาม พิธีกรมีลิ้นพันกัน… แฟนๆ เลยได้เซอร์วิซซะงั้น คนดูตะโกนไปบอกชื่อเพราะพิธีกรพูดชื่อไม่ถูกสักที สุวาเบะซังคงเข้าใจ เพราะตะโกนกันดังพอควร เขาถือไมค์ขึ้นมาหันไปหาพิธีกรแล้วบอก 「青峰だ あ お み ね わかってるよね?」(อาโอเนะไง อา โอ มิ เนะ รู้ใช่ไหม) ด้วยเสียงแบบอะโฮ่ T^Tbbb แค่นี้ก็เกิน 300 บาทที่จ่ายไปแล้ว 55555

แนะนำตัวละครที่พากย์
★ อาโอมิเนะ ไดคิ ตอนแรกที่เห็นรู้สึกว่าหน้าตาโฉดชั่วมาก แต่เล่นบาสเก่งสุดเลยนะ
★ จริงๆ เหมือนจะพูดอะไรต่อ แต่ mc เปลี่ยนคำถามเลย… เวลาคงไม่พอให้เล่นเยอะ

ห่างหายไปสักพัก รู้สึกยังไงที่ได้กลับมาพากย์อาโอมิเนะอีกครั้ง
★ อาโอมิเนะ เป็นตัวละครที่ชอบมาก เลยดีใจทีได้พากย์อีก รู้สึกเหมือนเป็นรางวัลจากความพยายามของซีรีย์ที่ผ่านมา และที่ได้ทำ ก็เป็นเพราะมีแฟนๆ สนับสนุนอยู่ด้วย

แนะนำตัวละครใหม่
ตอนแรกมีโปสเตอร์โชว์ขึ้นมา เขาก็ชี้ฝั่งใกล้ตัวคือเจสัน ซิลเวอร์ แล้วเรียกว่า こいつ แต่ผิดคิวไปนิดเพราะบนสกรีนฉายภาพแนชโกลด์ พิธีกรเลยดึงกลับมาที่แนช สุวาเบะซังก็ Okay, Okay あいつね แค่พูด こいつ・あいつ แฟนก็กรี๊ดกันแล้ว 5555555 เราด้วย บอกไม่ถูก แต่มันมีความอาโฮ่อยู่ในเสียงนั้น….
★ แนช โกลด์: หัวทองฝุดๆ ดูท่าจะเล่นบาสเก่ง แต่ 俺を勝てるのは俺だけだ! *กรี๊ดดดดดด*
★ เจสัน ซิลเวอร์: He looks like………. GORILLA!!  *ฮากันไป*
★ ไม่แนะนำตัวละครเก่าเลย แล้วก็พูดถึงตัวละครใหม่แค่นี้ TvT…. น้อยจังค่ะ ฮรือออออ เพิ่มเวลาอีกสัก 2 ชม. ได้ไหมคะสเตจนี้ 55555555555555555

แนะนำเกี่ยวกับแมทช์แข่งขันใน Last Game
เริ่มจากหันมาถามคนดู บอกว่าได้ดู PV แล้วคิดยังไง น่าสนุกใช่ไหม? อยากดูใช่ไหม? หันส่งสายตามองรอบฮอล คนก็กรี๊ดกันไป…  แล้วยั่วต่ออีกว่ากของจริงสนุกกว่า PV อีกนะ ที่ญี่ปุ่นก็ฮิตมากด้วยนะ ที่ไทยก็ต้องฮิตแน่ๆ แมทช์นี้เป็นการแข่งขันที่สนุกกว่าที่ผ่านมา เพราะ Kiseki no Sedai + Kagami (โยบิสุเตะ “คากามิ” ด้วยเสียงอาโฮ่ด้วยนะ!!!!!) จะรวมทีมไปสู้กับทีมที่เก่งมากๆ พวกนี้ *ชี้ภาพตัวละครใหม่* แต่ 俺を勝てるのは俺だけだ!(คนชนะชั้นได้มีแต่ชั้นทำนั้น) แฟนก็กรี๊ดเข้าไปค่ะ มีพลังเท่าไหร่ใส่ไปให้หมด 5555 เพิ่มเติมอีกด้วยว่า ทุกคนในทีมมีซีนเท่ๆ ของตัวเองกันหมด ไม่ว่าชอบคาแรกเตอร์ไหนก็ได้เห็นแน่นอน
ทำไมใช้คำว่าทุกคน ทำไมไม่เรียกเท็ตสึ TvT อยากฟังคำว่าเท็ตสึเท่มากด้วยเสียงอะโฮ่มากค่ะ อุตส่าห์เฝ้าหวังให้อย่างน้อยๆ ก็น่าจะเรียกเท็ตสึสักครั้ง แงงงงงง

ฉากแนะนำที่สุดในเรื่อง
เลือกยาก อยากจะตอบทั้งหมดเลย เพราะน่าดูไปหมด แต่ถ้าให้เลือกซีนเดียวคงเป็นฉากสุดท้าย เพราะจริงๆ เรื่องนี้สร้างจากต้นฉบับคอมิค ทุกคนรู้อยู่แล้วใช่ไหม? *หันมามองหน้าคนดูอะเกน* แต่เฉพาะฉากสุดท้ายที่ไม่มีในต้นฉบับ แต่ฟุจิมากิเซ็นเซย์(คนเขียน) ตั้งใจเขียนขึ้นมาใหม่สำหรับภาคนี้โดยเฉพาะ

ซึ่งตรงนี้ตอนอ่านแพมเฟล็ตของภาคนี้ผู้เกี่ยวข้องทุกคนทั้งแคสท์ โปรดิวเซอร์ ผู้กำกับ คนเขียน พูดถึงกันหมด คนไปดูก็พูดถึงกันเยอะ และเราอยากดูมว้ากกกกกกกกกกกก อยู่แล้ว ยิ่งฟังก็ยิ่งกรี๊ดทั้งออกเสียงทั้งในใจ และยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่คนเดียว

คิดยังไงกับการที่อนิเมญี่ปุ่นได้มาฉายในประเทศอื่นๆ อย่างนี้
ก็คิดว่าเป็นเรื่องน่ายินดีมากๆ ไม่ใช่อนิเมอย่างเดียว ภาษาญี่ปุ่นก็เหมือนกัน เพราะเวลาฉายก็คงมีฉายเป็นภาษาญี่ปุ่น แล้วตัวภาษาญี่ปุ่นจริงๆ ก็เป็นภาษาที่มีแค่คนญี่ปุ่นในประเทศญี่ปุ่นใช้ แต่มันกลับสื่อสารได้ขนาดนี้ มีคนดูและชอบมากขนาดนี้

คิดยังไงกับไทย(?) รึเปล่าหว่า… จำคำถามไม่ได้
★ ดีใจที่ได้มา ได้เจอแฟนๆ ทุกคนตรงนี้ จริงๆ เป็นคนชอบอาหารไทยอยู่แล้ว อยู่ญี่ปุ่นก็กินตลอด แล้วก็ร่ายชื่ออาหารมา ต้มยำกุ้ง แกงเขียวหวาน ไก่สะเต๊ะ  ส้มตำ เดี๋ยวจบงานคืนนี้ก็จะไปกิน เพราะกินอาหารไทยมาโดยตลอดเนี่ยแหละ เลยมีความรู้สึกใกล้ชิดกับไทยอยู่แล้ว ดีใจที่ได้มาสักที
★ ภาษาไทยก็รู้นะ รู้ 4 คำ “สวัสดีครับ” “ขอบคุณครับ” “อร่อย”(แต่เสียงเอโร่ยมากค่ะ) “ห้องน้ำ”(กุมเป้ากางเกงโชว์อีกต่างหาก)
★ ถึงรู้ศัพท์น้อย แต่พูดไทยชัดมว้ากกกกกกกกกกกกก ประทับใจ ชัดสุดในเกสต์ทั้งหมดทุกปีที่ผ่านมาเลย

ช่วงแจกของ!!
★ เป่ายิ้งฉุบ โดยสุวาเบะซํงเป็นคนพูดคำว่า “เป่า ยิ้ง ฉุบ” เป็นคำว่าเป่ายิ้งฉุบที่เอโร่ยสุดในชีวิตที่เคยได้ยินมา…
★ ไม่พอ มีเอาออกคนนึง เลยได้ “โอ น้อย ออก” ด้วย เป็นโอน้อยออกที่ออกเสียงได้แฟนตาซีชวนอะเมซซิ่งที่สุดในชีวิตเช่นกัน มีเล่นลูกคอโชว์ด้วย “โอ นอยยยยยย ย ย ย ย ย ย ย ย ย ย  ออ” ปรากฎเล่นยาวไป + พูดคำสุดท้ายไม่ชัด คนที่แข่งกันอยู่ไม่รู้จังหวะ เอาใหม่ 5555 นับเป็นบุญของคนร่วมงานเพราะได้ฟังอีกรอบ

ฝากทิ้งท้าย
★ ฝาก Last Game ที่กำลังจะฉายในไทย อย่าลืมไปดู ฮิตมาก เท่มาก โดยเฉพาะอาโอมิเนะ
★ คำปิดท้ายตามปกติ ขอขอบคุณแฟนๆ และจะพยายามแสดง พยายามสร้างผลงานอย่างเต็มที่ต่อไป
★ พูดให้ความหวังเล็กๆ น้อยๆ ตามมารยาทว่าอยากจะได้มาไทยอีกนะ!!

marker-small2

ความประทับใจและความเห็นอื่นๆ

ประทับใจแรงเซอร์วิซของเขามาก คือนิ่งๆ ยืนเฉยๆ พูดธรรมดา แต่หันมองครบทุกคน เซอร์วิซให้แฟนๆ เต็มที่สุดอะไรสุด ขนาดมาไทอัพของคุโรบาสก็ยังเซอร์วิซอย่างอื่นให้ด้วย

แต่ก็เสียดายที่พูดเรื่องคุโรบาสน้อยไป เราชอบการแสดงของสุวาเบะซัง แต่เราชอบเรื่องคุโรบาสด้วย เข้าใจว่ามันไม่ใช่บุไตไอซัทสึ ทุกคนยังไม่ได้ดู สปอยด์เยอะไม่ได้ แล้วผู้กำกับก็ไม่มา มีข้อจำกัด แต่ก็อยากฟังอะไรลึกกว่านี้ อยากให้พูดถึงตัวอนิเม การทำงานอะไรพวกนี้ อยากให้มีแคสท์มาอีกรอบเป็นบุไตไอซัทสึตอนฉาย #ตื่นค่ะตื่น

ส่วนตัวสุดๆ นอกจากพี่เงินพี่ทองตัวละครใหม่ อยากให้แนะนำ Kiseki no Sedai กับคากามิด้วย อยากรู้ว่าสุวาเบะซังจะพูดถึงแต่ละตัวยังไง 55555555555 ใจจริงที่สุดคืออยากฟังเสียงเรียกชื่อเท็ตสึ TvT

ทำไมไม่มี นามะอาฟเรโค่ ; _________________ ; ค่าตัวแพงเหรอคะ ถ้ากลัวสปอยด์หนังเอาจากภาคทีวีซีรีย์มาก็ได้ *แงงงงงงงงงงงงงง* *ลงไปดิ้นกับพื้น*

เกสต์เรียกติ่ง (ตั้งชื่อโดยเราเอง) ปีแรกเป็น โนบุ ปีที่แล้วฮิระริน ปีนี้สุวาเบะซัง หลังจากนี้ก็ไล่ไปเรื่อยๆ เอาบราคอนมาให้ครบทั้งตระกูลเลยนะคะ!!!!!!! เราจะนั่งทางในส่งจิตใจเฝ้ารอพระเอกตัวจริงกับกระรอกมาสักวันนึงค่ะ!!!!!!!!

Silent Voice เสียงของคุณมีรูปร่างเป็นอย่างไร

สวัสดีบล็อกที่ห่างหายไปนาน

ช่วงสิ้นปีจนถึงต้นปีที่ผ่านมาดูหนังหลายเรื่อง ประทับใจหลายเรื่อง และหลายๆ เรื่องก็หายไปจากความทรงจำ

ล่าสุดได้ดู 聲の形 หรือชื่อภาษาไทย รักไร้เสียง ชื่อภาษาอังกฤษ Silent Voice มาค่ะ

keyvisual

เราไม่เคยอ่านต้นฉบับ แต่ด้วยเสี่ยงร่ำลือมากมายและเทรลเลอร์ทำให้อยากดูเรื่องนี้มาตั้งแต่ก่อนเข้าโรงที่ประเทศญี่ปุ่น และเฝ้าภาวนาให้มันเข้าใจ แต่ก็ไม่เข้าสักที จนในที่สุดความฝันก็เป็นจริง พูดแบบนี้ก็ยังไงอยู่ แต่ต้องขอบคุณกระแสคิมิโนะนะวะที่เรียกกระแสอนิเมฉายโรงมาในไทยได้

เพราะตั้งใจว่าจะต้องดูเรื่องนี้ให้ได้ ต่อให้ไม่เข้าไทยก็ตาม เลยไม่ได้อ่านอะไรเลย ไม่ว่าจะต้นฉบับ เรื่องย่อ หรือสปอยด์จากคนดูแล้ว ดูแต่ตัวอย่างที่ออฟฟิเชียลปล่อยมาเท่านั้น และถ้าถามว่ารู้สึกยังไง คงต้องบอกว่า “ผิดคาดมากกกกกก” คิดไว้สัก 80 แต่ดูจริงเอาไปเลย 150

ใครยังไม่ดูแนะนำให้ดูก่อนแล้วค่อยอ่านบล็อกนี้ค่ะ
แต่ใครดูแล้ว หรือใครไม่ซีเรียสเรื่องสปอยด์ขอเชิญอ่านต่อได้เลย

marker-small

เรื่องย่อ

โชโกะ เด็กมีปัญหาด้านการฟัง ย้ายโรงเรียนมาตอนชั้น ป.6 แต่พออยู่ๆ ไปเริ่มกลายเป็นเป้าหมายการกลั่นแกล้งของเพื่อน โดยมีโชยะเป็นหัวโจก สุดท้ายพอทางโรงเรียนจะมาหาตัวการ ทุกคนก็โบ้ยมาที่โชยะทั้งที่ความจริงแล้วร่วมขบวนการด้วยกันทั้งห้อง ซาฮาระ เพื่อนที่เคยช่วยเหลือโชโกะย้ายโรงเรียน โชโกะเองก็ย้ายโรงเรียน โชยะกลายมาเป็นเป้าหมายถูกเพื่อนรังแกเพียงคนเดียว และยังคงต่อเนื่องไปจนถึงชั้นม.ต้น ทำให้เขาคิดแม้แต่จะฆ่าตัวตาย โชยะปิดหูปิดตาไม่มองคนรอบข้าง แต่เมื่อพบตัวโชโกะ เขาตัดสินใจนำสมุดสำหรับสื่อสารกับเพื่อนของโชโกะ ที่ตัวเขาเป็นคนโยนมันทิ้งลงบ่อน้ำไปเมื่อตอนประถมไปคืนเธอ พยายามสื่อสารกับเธอด้วยภาษามือที่ฝึกฝนมา และขอให้เป็นเพื่อนกัน จากวันนั้นโชยะเริ่มเปิดใจให้คนรอบข้างขึ้นบ้าง เพื่อนที่เคยกระจัดกระจายกันไปเพราะเรื่องตอนประถม แม้เพียงบางส่วนแต่ก็กลับมาพูดคุยกันอีก โดยมีเพื่อนใหม่และน้องสาวของโชโกะรวมอยู่ในกลุ่มด้วย

แต่แล้วปัญหาเดิมๆ ก็กลับมา เกิดความไม่เข้าใจกันจนโชยะปิดตัวเองอีกครั้ง เขาหนีจากทุกอย่าง ทำท่าเป็นร่าเริงต่อหน้าโชโกะกับยูซุรุ น้องสาวของโชโกะ ไม่คบหาพูดคุยกับเพื่อนคนอื่นเลย โชโกะเห็นแล้วเกิดความรู้สึกผิด ว่าตนเป็นต้นเหตุให้โชยะเสียเพื่อนจึงคิดฆ่าตัวตาย โชคดีที่โชยะไปช่วยไว้ได้ทัน แต่โชยะกลับเป็นฝ่ายโดยหามเข้าร.พ.จนหมดสติไปหลายวันแทน พอรู้สึกตัวขึ้นมา โชยะตัดสินใจบอกความในใจของตนออกไปให้โชโกะฟัง ว่าสิ่งที่ทำไปโดยไม่คิดให้ดีเมื่อตอนประถม เขาทำไปเพียงเพราะสนใจในตัวเธอ และไม่รู้วิธีสื่อสารความรู้สึกนั้นออกไป และขอให้โชโกะช่วยอยู่กับเขา ช่วยให้เขามีชีวิตต่อไปที

ตัวละคร เขียนตามความเข้าใจของเราเอง

โชยะ เป็นเด็กที่ไม่รู้วิธีแสดงออก วิธีสื่อสาร ไม่ใช่เฉพาะกับโชโกะ แต่กับเพื่อนคนอื่นๆ เขาก็ใช้ความรุนแรงเหมือนกัน แต่เพราะคนอื่นสู้กลับ จึงไม่เคยเกิดปัญหาใหญ่ๆ ทะเลาะกันแล้วก็จบไป ส่วนโชโกะไม่สู้ โชยะยิ่งรู้สึกเหมือนโดนเมิน เหมือนอีกฝ่ายไม่เห็นหัวเขา จึงยิ่งเรียกร้องความสนใจ จนเกิดเป็นปัญหา และตัวเขาเองก็ไม่รู้วิธีแก้ปัญหา ผลคือโชยะปิดตัวเอง แต่ในใจลึกๆ ยังคิดว่าโชโกะคือชนวนเหตุที่ทำให้เขาเป็นแบบนั้น คงเป็นเพราะอย่างนั้นจึงพยายามสื่อสารกับโชโกะให้ได้ คิดว่าถ้าได้รับการให้อภัยจากโชโกะทุกอย่างคงดีขึ้น แต่กลับกลายเป็นว่ายิ่งทำอย่างนั้น เขากลับยิ่งเอาแต่มองโชโกะจนลืมรอบตัว แต่ถึงจะเป็นคนแสดงออกไม่เก่ง ตัวตนข้างในของโชยะไม่ใช่คนเลวร้าย เขาเป็นเด็กดีมีครอบครัวที่อบอุ่น แค่ไม่รู้ว่าควรทำตัวอย่างไร พอไม่มีเพื่อน อาการก็ยิ่งหนักขึ้น จนไม่รู้ว่าจะคบหากับคนอื่นอย่างไร ภายในใจก็มีผมอดีตหลอกหลอนตัวเองอยู่ว่าหากทำอะไรพลาด ทุกอย่างจะพังทลายลงไปอีก เขาจึงพยายามรักษาสภาพความสัมพันธ์ในปัจจุบันที่ขาดความมั่นคงให้คงอยู่ แต่ไม่กล้าพอหันไปมองและแก้ต้นเหตุแท้จริงในอดีต หรือก้าวหน้าต่อไปสู่อนาคต

โชโกะ อาจเป็นผลจากครอบครัว แม่ของโชโกะปฏิบัติต่อลูกเป็น “พิเศษ” ปกป้องผิดวิธีแต่ไม่สอนให้เธอปรับตัวเข้าหาสังคม อาจเพราะมองว่าเธอพิเศษ เธอต้องการความช่วยเหลือ น้องสาวโชโกะเองก็ช่วยเหลือพี่ทุกอย่าง ผลคือแม้โชโกะไม่มีเจตนาร้อย แต่ตัวตนที่ “พิเศษ” ของเธอ รวมเข้ากับการที่เธอไม่พยายามปรับตัว ไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง ทำให้คนรอบข้างซึ่งต่างเป็นเด็กและไม่เข้าใจว่ามีเหตุผลอะไรพวกตนจึงต้องปฏิบัติต่อโชโกะเป็น “พิเศษ”  เอือมระอา บางทีถ้าหันหน้าเข้าหาเพื่อน กล้าสู้ กล้าทะเลาะ อาจไม่ตกเป็นเหยื่อการกลั่นแกล้งจนเกิดเหตุใหญ่โตก็ได้

นาโอะ นาโอะสนใจโชยะมาตั้งแต่แรก จึงนับว่าเป็นคนที่สังเกตการกระทำของโชยะมากที่สุด และรู้ในสิ่งที่แม้แต่ตัวโชยะเองก็ยังไม่รู้ตัว ว่าเขาสนใจโชโกะมากเป็นพิเศษ ยิ่งเห็นโชโกะไม่สู้ ทำตัวน่าสงสาร จึงยิ่งเกิดความรู้สึกหมั่นไส้ นาโอะเป็นคนตรงไปตรงมา ปากไม่ตรงจากใจบ้างเฉพาะเวลาอยู่กับโชยะ แต่กับคนอื่นเธอพูดคุยด้วยอย่างตรงไปตรงมาเสมอ เธอจึงอยากให้อีกฝ่ายหนึ่ง มองเธอตรงๆ และพูดกับเธอตรงๆ เช่นกัน

ประเด็นที่รู้สึกได้จากเรื่องนี้มี 2 อย่าง

ข้อแรกคือเรื่องารสื่อสารแล้วไม่เข้าใจกัน ทุกคนต้องเคยเกิดอารมณ์ว่าอยากสื่ออะไรสักอย่างออกไป แต่ไม่รู้ทำไมอีกฝ่ายถึงไม่เข้าใจ โชโกะเหมือนเป็นเพียงตัวแทนความรู้สึกนั้นที่วาดออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรมเท่านั้น แต่คนอื่นๆ อย่างโชยะ ที่พูดอะไรไปก็ไม่มีคนยอมเชื่อจนกลายเป็นคนปิดตัวไม่สนใจใครอีกต่อไป ทั้งยังเก็บเรื่องโชโกะเป็นปมอยู่ในใจจนยอมเรียนภาษามือ นาโอะที่ชอบโชยะแต่สื่อความรู้สึกนั้นไปหาเขาไม่ได้สักที หรือแม้แต่ยูซุรุที่พูดแล้วแม่ไม่ยอมใส่ใจฟังและเข้าใจเธอ แต่ในที่สุด ถึงต้องใช้เวลา พวกเขาก็เข้าใจกันได้ทีละน้อย ซึ่งก็ตรงกับชื่อเรื่องภาษาญี่ปุ่น ที่แปลตรงๆ ได้ว่า “รูปร่างของเสียง” เสียงของแต่ละคนมาในรูปแบบแตกต่างกัน โดยมีจุดประสงค์เหมือนกันเพื่อสื่อสารความคิดของตนออกไปให้อีกฝ่ายเข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นคำพูด ภาษาใบ้ ภาพถ่าย การแสดงออกทางร่างกาย จะกระโดดกอดหรือทำร้าย ในความหมายหนึ่งต่างก็เป็นเสียงทั้งสิ้น

อีกข้อหนึ่งคือเรื่องการกลั่นแกล้งในโรงเรียน โชโกะไม่ได้ถูกกลั่นแกล้งเพราะหูหนวก เพราะต่อให้ไม่มีเด็กหูหนวกอยู่ในโรงเรียน ก็ยังมีการกลั่นแกล้งเกิดขึ้นอยู่ดี เห็นได้จากการเปลี่ยนเหยื่อไปเรื่อยๆ โชโกะ ซาฮาระ จนท้ายที่สุดตกมาเป็นโชยะ สาเหตุมีหลายอย่าง ใช่ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสาเหตุใหญ่ข้อหนึ่งคือความไม่ใส่ใจของผู้ใหญ่ ครูที่ไม่คิดจะช่วยเหลืออะไรเด็กหูหนวกเลย ไม่สนใจว่าเธอจะฟังคำสั่งหรือเนื้อหาที่สอนไม่ได้ ไม่ยอมเขียนแต่ใช้วิธีพูดปากเปล่าทั้งที่ควรรู้อยู่แก่ใจว่านักเรียนไม่ได้ยิน เรียกให้เด็กหูหนวกอ่านออกเสียงทั้งที่ควรรู้ว่าเป็นไปไม่ได้ เขาอาจทำไปด้วยความเคยชิน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งนั้นแหละที่เรียนกว่าความไม่ใส่ใจ เขาไม่ต้องการรับรู้ เพราะไม่อยากสร้างภาระ ไม่อยากมีปัญหา พอเกิดปัญหาก็ไม่มอง จนกระทั่งผู้ปกครองร้องเรียน จึงตกมาเดือดร้อนเขา แต่สิ่งที่ครูคนนั้นทำกลับเป็นการโบ้ยความผิดไปที่เด็กคนหนึ่ง ซึ่งเป็นนักเรียนใต้ความดูแลของเขาเอง ไม่ใช่แค่ครู แต่แม่ของโชโกะก็ปกป้องลูกแบบผิดๆ เธอโวยวายคนรอบข้าง ทำร้ายร่างกายทุกคนที่ทำร้ายลูก แต่ไม่ได้สอนให้ลูกปกป้องตัวเอง เธอไม่สร้างความเข้าใจ ให้คนอื่นเข้าใจตัวโชโกะ เพียงยัดเยียดโชโกะไปให้ทุกคนช่วยปกป้องเท่านั้น ตัวเธอเองก็ไม่ได้พยายามสื่อสารกับโชโกะ ในขณะที่คุณยายอายุมากอุตส่าห์สู้เรียนภาษามือเพื่อคุยกับหลาน แม่กลับไม่ใส่ใจเรื่องนั้นเลยอาศัยแต่ให้ยูซุรุช่วยแปลให้ ลูกพยายามอธิบายอะไรก็ไม่ยอมฟัง แถมยังทำร้ายยูซุรุอีกต่างหาก

marker-small

เนื้อเรื่อง เครียดมาก!!! แต่ตัวอนิเมกลับทำออกมาน่ารัก มุ้งมิ้ง มีจุดให้เครียดเป็นระยะ แต่ภาพรวมกลับอบอุ่น ดูจบแล้วแทบไม่เหลือความรู้สึกเกลียดชังหรือเคียดแค้นตัวละครหลักทั้งหมดเลย ให้ความรู้สึกว่า ตราบใดยังมีชีวิต มันก็มีหนทางของมัน ตราบใดมีชีวิต ก็ค่อยๆ พูดคุยสื่อสารกันไป คงเข้าใจกันได้สักวัน โลกสวยกันไป (ไม่ได้ประชด) เราว่าเรื่องนี้จัดอยู่ในหมู่หนังโลกสวยเลยล่ะ ถ้าเป็นหนังเครียด เปิดประเด็นมาแบบนี้คงดำดิ่งลงไปถึงแกนโลกแล้ว

สรุปว่า ถึงไม่สนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษมาก่อน มีเวลาว่างๆ ไม่รู้จะดูหนังอะไร ไปดูเถอะค่ะ แนะนำจากใจ ประทับใจมาก

ดูแล้ว ลองครุ่นคิดดูเล่นๆ นะคะ ว่าเสียงของตัวเองมีรูปร่างเป็นอย่างไร

ส่วนเสียงของเรา คงเป็นการนำความคิดมาเรียบเรียงเขียนออกมาเป็นบล็อกแบบนี้เนี่ยแหละ ^^

[Report] LoveLive! Pile 2017 Live in BANGKOK

ต่อจากเอนทรี่ที่แล้ว คราวนี้เป็น live ช่วงเย็น เลทไปพอสมควร จาก 18:00 ไปเป็นประมาณ 18:20 ได้

เริ่มจากเพลงสรรเสริญพระบารมี สนับสนุนโดย Youtube เหมือนเมื่อตอนกลางวันเป๊ะ จริงใจมากจริงๆ ไม่ปิดแถบ youtube ทิ้งด้วยซ้ำ 5555

ผ่านไปสักพักมีอินโทรเพลงขึ้นแล้วพี่มือกีตาร์ขึ้นมาบนเวทีก่อน ไพล์ค่อยตามมาตอนเพลงกำลังจะขึ้นแล้ว

Set List ตามนี้เลย ตรวจสอบแล้ว ไม่น่ามีผิดพลาดอะไร

marker-small2

チェックメイト

Dream of Princess แบบตัดอินโทร

  • แอบตื่นเต้นเป็นพิเศษ เพราะจริงๆ แล้วไม่ค่อยฟังเพลงโซโล่ของไพล์ แต่ชอบเพลงนี้

ヒカリフライト

Black Butterfly

  • อีกหนึ่งเพลงที่ชอบ บรรยากาศมาร็อกเลย แอบรู้สึกว่าเสียงร้องทุ้มกว่าในซีดีนิดนึง ชอบแบบนี้มากกว่า

(MC) –> ทักทายทั่วไป ขอบคุณที่มา

EGOIST

Angel Song

(MC) –> แนะนำเพลง VENGEANCE คือเพลงที่แปลว่าแก้แค้นในภาษาญี่ปุ่น ถ้าไม่นับ New Year Live ถือว่าร้องเพลงนี้ครั้งแรกในปีนี้เลย (แต่ NY Live มัน 1 มกรานี่คะ นับยังไงก็เป็นครั้งที่สองชัดๆ… ไม่ต้องปลอบใจกันแบบนี้ก็ได้ ถึงเป็นครั้งที่สองก็ประทับใจเหมือนกัน 555)

VENGEANCE

  • ไม่เคยได้ยินกันมาก่อน แต่ละคนดูเบลอเล็กน้อยว่าจะคอลยังไงดี เริ่มเห็นไฟหลากสี แต่เพลงจังหวะเร็ว ขึ้นสูงลงต่ำ แอบมีเสียงหลุดไปนิดหน่อย แต่ชอบเพลงนี้ รอให้ออก

伝説のFLARE

ドリームトリガー

(MC) –> ตรงนี้จำไม่ค่อยได้ว่าพูดอะไรบ้าง รู้สึกจะถามประมาณเหนื่อยรึยัง ขอให้สนุก ทั่วๆ ไป

青空デイズ

  • อีกหนึ่งเพลงที่ร้องตามได้ เพราะเป็นเพลงโคฟเวอร์ (ฮา)

花と翼

キミがくれたKISEKI

一歩先へ

⇨NEXT WORLD⇨

(MC) –> คราวนี้มีหยิบผ้าขนหนูผืนยาวขึ้นมา สะบัดผ้าประกอบเพลง

HANABI!!!

  • ทุกคนมันเต็มที่มาก โอะโอะเอ๊ะโอ ตอนหลังเสียงดังมาก ยิ่งตอนท้ายเพลงก็ยิ่งดัง

(MC) –> ขอบคุณสำหรับเสียงคอล รู้สึกเวลาผ่านไปเร็ว เพราะอีกสองเพลงจะจบแล้ว

いつかキミに届ける世界

Melody

  • พอจบเพลงปุ๊บวิ่งลงไปทันที ทุกคนก็รู้งานเป็นอย่างดี พอเสียงเริ่มเงียบปุ๊บตะโกนอังกอร์กันทันที

(อังกอร์)

(MC) –> ไพล์วิ่งกลับมาในเสื้อยืดของคอน กางเกงยีนส์ขายาว ใส่หมวกด้วย! แล้วก็พูดถึงเลิฟไลฟ์ จำได้ไม่แม่นว่าพูดยังไงบ้าง เพราะพอชื่อออกมาปุ๊บทุกคนพร้อมใจกันเฮดังมาก จำได้แค่ประมาณว่าแฟนๆ รู้จักเขาจากเลิฟไลฟ์ เอเชียร์ทัวร์นี้ก็เลยจัดลิสต์เพลงพิเศษขึ้นมาสำหรับทัวร์โดยเฉพาะ

それは僕たちの奇跡

  • แค่อินโทรขึ้นทั้งฮอลก็เฮแล้ว เพลงแบ็คแทร็กมีท่อนเสียงสวรรค์อยู่นิดนึง ถ้าฟังไม่ผิดเป็นเสียงตามต้นฉบับเลย ยิ่งท่อนเดี่ยวโฮโนกะได้ยินแล้วคิดถึง คือบนเวทีก็มีไพล์คนเดียว ; ____ ; เราประทับใจคอนนี้นะ แต่เจอเพลงนี้เข้าไปมันอดคิดถึงมิวส์เต็มวงไม่ได้จริงๆ เมื่อต้นปียังดูไลฟ์อยู่เลยนี่น่า

Daring!!

  • พอฟังทั้งไลฟ์ต่อด้วยเพลงนี้ ฟังออกชัดเลยว่าเสียงร้องปกติกับเสียงมากิเป็นคนละโทนกัน

Snow halation

  • T v T *ฮึก* อินโทรขึ้นปุ๊บเสียงเฮดังมาก ทุกคนเริ่มเตรียมแท่งไฟสีส้มกัน ไม่คิดเลยว่าจะมีวันได้ฟังเพลงนี้ (และเพลงอื่นๆ) แบบสดๆ

(MC) –> ฟังตอนแรกๆ ไม่ทันเท่าไหร่ มัวแต่ปลื้มสโนฮาเร แต่มีพูดถึงจุดเริ่มต้นที่จะก้าวเดินต่อไป (ไม่แน่ใจว่าพูดถึง Love Live หรือพูดถึงว่าการแสดงที่ไทยเป็นรอบแรกของปี) แล้วขอให้แฟนๆ ช่วยกันร้องตามหน่อย บอกว่าต้องร้องได้แน่ๆ ไม่ต้องห่วงเลย แต่ไม่ได้บอกว่าเพลงอะไร

愛してるばんざーい

  • อันนี้เหนือความคาดหมาย หลายคนบ่อน้ำตาแตกกันเรียบร้อย เสียงร้องมีบ้าง ไม่ดังเท่าไหร่ จนตอนสุดท้ายที่เป็น ลา ลา ลา เสียงดังมาก ฟังแล้วความรู้สึกหลากหลายมาก คิดถึงไลฟ์ของมิวส์ แล้วก็คิดถึงทุกคนที่ออกเดินไปข้างหน้า (อย่างที่ไพจังบอก แล้วเนื้อเพลงก็ร้องแบบนั้น) แอบคิดไปนิดนึงว่าหรือนี่คือความตั้งใจของโปรเจ็กท์นี้ ที่ยกเลิกมิวส์ก็เพราะอยากให้ทุกคนเดินต่อไปไม่หยุดอยู่ตรงนั้น (รึเปล่า?)

(MC) –> จำไม่ได้เลยจริงๆ TvT มีสติอีกทีก็ได้ยินว่าเพลงต่อไปเป็นเพลงสุดท้ายแล้ว…

P.S.ありがとう…

  • อย่างที่รู้กันว่าเนื้อเพลงนี้ซ่อนข้อความขอบคุณมากิจังเอาไว้ สำหรับเรารู้สึกว่าการเอาเพลงนี้มาปิดท้ายตรงนี้เป็นคามิเซ็ตลิสต์มากๆ TvT)b

(Wอังกอร์)–> พอเพลงจบ ไพล์ก็ลงเวทีไปเฉยๆ อารมณ์ตอนนั้นแบบว่า หะ แบบนี้เลยเหรอ จริงเหรอ แต่พี่กีตาร์บนเวทีช่วยบิวต์ ถึงได้รู้ว่าต้องมีอีกแน่ๆ พูดอังกอร์ไม่กี่ครั้งไพล์กลับขึ้นมา

(MC) –> คงเพราะเวลามันสั้น ไพล์เลยบอกว่าวิ่งลงไปได้ดื่มน้ำแค่อึกเดียวเอง

素晴らしきSekai

  • ปิดท้ายด้วยเพลงใหม่…ตามปกติ

 

พอร้องเพลงสุดท้ายจบ ไพล์ยังไม่ลงจากเวทีแต่เรียกทุกคนมาออกันข้างหน้าเพื่อถ่ายรูปรวมจากด้านบนเวทีลงมา ภาพจากทาง Welcome Music มีอัพขึ้นให้ดูกันแล้ว แต่ภาพมือถือแล้วตัวไพล์ที่ยืนก็บังไปเยอะทีเดียว คงต้องรอภาพชัดๆ จากพี่ตากล้องซึ่งสต๊าฟประกาศว่าจะอัพขึ้นในเพจของ IME ตามหลัง (ไม่รู้เมื่อไหร่ เพราะบอกแค่นี้เลยจริงๆ)

ซึ่งเอาจริงๆ เราก็ไม่เข้าใจพี่ตากล้องเขา ไพจังกับพี่มือกีตาร์เขานั่งแล้วไปเรียกให้ยืน… คือพี่อาจจะอยากเก็บหน้าศิลปินกับบรรยากาศสวยๆ แต่คนร่วมงานเข้าต้องการมีรูปเห็นหน้าตัวเองไม่มีใครบังคู่กับศิลปิน นี่ไม่รู้จริงๆ เหรอ ถามจริ๊งงงงงง แล้วพี่ก็กดถ่ายๆ ไม่นับเลย ไพล์บอกให้ช่วยนับก็เสียงเบาไม่มีคนได้ยิน ทำเหมือนผู้ชม คนร่วมงาน (ซึ่งบางคนจ่ายครึ่งหมื่น) เป็นอุปกรณ์ประกอบฉากให้ภาพตัวเองออกมาสวยแค่นั้นเลยจริงๆ ได้แต่ภาวนาให้ภาพออกมาเห็นหน้าทุกคนครบถ้วนแล้วกัน

marker-small

เห็นจำนวนคน และการจัดงาน แล้วได้แต่ร้องเฮ้อออ…

ไลฟ์นี้เหมือนฝันเป็นจริง แต่จากสภาพงานฝันนี้จะไปต่อเราจะต้องตื่นตรงนี้ก็ไม่รู้สิ 555 โดยเฉพาะบ.ไทยเนี่ย ใครจะกล้าเอาเข้ามาอีกน้า… เอาจริงๆ งานนีชๆ แบบนี้ จัดฮอลล์เล็กๆ ก็พอ ทำไมต้องฮอลใหญ่ขนาดนี้ ทำไมต้องมีจอด้านข้างมาฉายภาพโปสเตอร์งานเฉยๆ ไม่มีทั้งภาพเรียลไทม์ทั้งเนื้อเพลงขึ้นให้เลย ทำไมตั๋วต้องแพงขนาดนี้(…) แล้วสุดท้ายเว้นที่ว่างขนาดเตะบอลได้ ผู้จัดก็ดูงงๆ งานก็ดูงงๆ มีเฉพาะช่วงไลฟ์เลยเนี่ยแหละดีแบบไม่มีที่ติ